Professional Strategy

คว้าทุกโอกาสทองในตลาด XAUUSD ด้วยแผนที่แม่นยำ

เปลี่ยนความผันผวนให้เป็นผลตอบแทน ด้วยระบบบริหารความเสี่ยงระดับสากล ออกแบบมาเพื่อเทรดเดอร์ที่เน้นวินัยและความยั่งยืน

🎯
Precision

คำนวณ Lot แม่นยำ 100%

🛡️
Safe

ป้องกัน Stop Out ก่อน SL

📊
Journal

บันทึกประวัติการเทรดในตัว

Modern Trading approach

การบริหารความเสี่ยงคือความแตกต่างระหว่าง "นักพนัน" กับ "นักลงทุน"

ความผันผวนของราคาทองคำ (XAUUSD) คือปัจจัยที่สร้างโอกาสให้กับนักลงทุนที่มีการวางแผนที่ดี ระบบของเราจะช่วยให้คุณเปลี่ยนสภาวะตลาดที่แปรปรวน ให้เป็นแผนการเทรดที่เป็นระบบด้วยการบริหารความเสี่ยงอย่างมืออาชีพ

คำนวณ Lot อัตโนมัติ: แม่นยำทุกไม้ ไม่ต้องกังวลเรื่องการคูณเลขผิด
มองเห็นภาพรวมกำไรสุทธิ: คำนวณรวมค่า Swap และ Margin ให้เห็นยอดเงินจริง
สร้างวินัยการเทรด: บันทึกประวัติและวิเคราะห์ Win Rate เพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน
📈

Risk Management is the Key

การชนะในตลาดทองคำไม่ใช่เรื่องของความโชคดี แต่เป็นเรื่องของ "คณิตศาสตร์" และ "วินัย"

ศูนย์รวมความรู้การเทรดทองคำ

เจาะลึกทุกมิติของการเทรด XAUUSD ตั้งแต่พื้นฐานจนถึงระดับมืออาชีพ เพื่อความสำเร็จที่ยั่งยืนของคุณ

คำถามที่พบบ่อย (FAQ)

ไขข้อสงสัยเกี่ยวกับการใช้งาน XAUUSD Professional Capital & Risk Planner

ทำไมราคา Stop Out ถึงแสดงผลเท่ากับราคา Stop Loss?

นี่คือจุดเด่นของระบบเราครับ เพราะเราคำนวณ 'งบที่ใช้ต่อไม้' โดยรวมเงินสำรอง (Margin SO) ไว้ให้คุณแล้ว เพื่อให้มั่นใจว่าพอร์ตจะทนต่อการลากได้จนถึงจุด SL จริงๆ โดยไม่ถูกโบรกเกอร์ตัดขาดทุน (Stop Out) ไปก่อนเวลาอันควร

'งบที่ใช้ต่อไม้' (Min Capital) คืออะไร และสำคัญอย่างไร?

คือจำนวนเงินรวมทั้งหมดที่คุณต้องมีในบัญชีเพื่อเปิดไม้นั้นๆ ได้อย่างปลอดภัย ซึ่งรวมค่าหลักประกัน (Margin), ระยะขาดทุนที่ยอมรับได้ (SL) และค่า Swap ไว้ทั้งหมดแล้ว ช่วยให้คุณวางแผนการเติมเงินหรือแบ่งพอร์ตได้อย่างแม่นยำ 100%

ระบบคำนวณ Lot Size อัตโนมัติจากอะไร?

ระบบจะดูจาก 'งบประมาณที่คุณต้องการเสี่ยง' หารด้วยต้นทุนรวมต่อ 1 Lot (Margin SO + SL Distance + Swap) เพื่อหาขนาด Lot ที่ใหญ่ที่สุดที่พอร์ตคุณจะรับไหวตามเงื่อนไขความปลอดภัยที่คุณตั้งไว้

Target Risk/Reward Ratio (RR) ช่วยในการเทรดอย่างไร?

ช่วยให้คุณไม่ต้องคำนวณราคาเป้าหมายเอง เพียงระบุ RR ที่ต้องการ (เช่น 1:3) ระบบจะหาตำแหน่ง Take Profit (TP) ที่คุ้มค่าที่สุดให้ทันที ทำให้คุณเทรดอย่างมีวินัยและมองเห็นกำไรที่คาดหวังได้ชัดเจน

ทำไมต้องระบุ Leverage และค่า Swap?

เพราะแต่ละโบรกเกอร์มีเงื่อนไขต่างกัน Leverage ที่สูงจะช่วยให้ใช้ Margin น้อยลง ส่วนค่า Swap มีผลมากในการเทรดระยะกลาง-ยาว (หากคุณใช้บัญชี Swap Free หรือไม่มีค่าธรรมเนียมส่วนนี้ สามารถระบุค่าเป็น 0 ได้เลยครับ) ระบบจะคำนวณเพื่อให้ยอด 'กำไรสุทธิ' (Net Profit) ออกมาแม่นยำที่สุดตามประเภทบัญชีของคุณ

ระบบคำนวณค่า Swap อย่างไร และทำไมต้องคิดเป็นรายสัปดาห์?

ระบบใช้สูตร: (ค่า Swap ต่อ 1 Lot) × (Lot ที่เทรด) × (จำนวนคืนที่ถือครอง) โดยการคิดเป็นสัปดาห์ช่วยให้นักเทรดวางแผนต้นทุนระยะยาวได้ง่ายขึ้น ซึ่งตัวเลขนี้จะถูกนำไปรวมในเงินทุนสำรองเพื่อป้องกันไม่ให้พอร์ตถูกปิดก่อนเป้าหมายครับ

ทำไมต้องใส่ค่า Commission และมีผลกับแผนการเทรดอย่างไร?

โบรกเกอร์บัญชีประเภท Raw Spread หรือ ECN จะมีการคิดค่าธรรมเนียมต่อการเทรด (เช่น $7 ต่อ 1.0 Lot) ซึ่งระบบของเราจะนำค่านี้ไปรวมในเงินทุนสำรองและหักลบออกจากกำไรสุทธิ เพื่อให้คุณเห็นภาพรวมของต้นทุนที่แท้จริงและป้องกันการคำนวณเงินผิดพลาดครับ